วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ช่วยเหลือตัวเองด้วยมอเตอร์ไซค์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย thaibestprice

          เผยวิธีทำมอเตอร์ไซค์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกด้วยตัวเอง ไว้ใช้ในยามน้ำท่วม          "คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก" คำ ๆ นี้ก็ยังสามารถใช้ได้เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเราขณะนี้ แม้ว่าน้ำท่วมจะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมากลับเป็นโอกาสสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่ เพื่อปรับตัวให้อยู่กับภาวะน้ำท่วมได้


          ดังเช่น มอเตอร์ไซค์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ที่ฝ่ายโครงการพิเศษ บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) แปลงสภาพให้มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตามถนนอยู่ทั่วไป ให้สามารถวิ่งบนน้ำได้          ผู้อ่านหลายคนอาจจะสงสัยและเกิดคำถามมากมาย อย่างเช่น ถ้าทำแบบนี้น้ำไม่ท่วมเครื่องจนช็อตเหรอ? หรือเรื่องการทรงตัวต่าง ๆ ในสภาพที่พื้นเป็นของเหลว เป็นต้น ซึ่งในบทความชิ้นนี้ จะมาอธิบายถึงวิธีทำกันว่าทำอย่างไร

          ก่อนอื่นเลยก็ต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำกันก่อน ซึ่งได้แก่

          1. ทุ่นลอยน้ำ ยาวเทียบเท่าความยาวของมอเตอร์ไซค์ จำนวน 2 อัน หาซื้อได้ที่ถนนบรรทัดทอง เพื่อไว้ทรงตัวรถขณะที่วิ่งอยู่ในน้ำ
          2. เหล็ก กว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 12 เมตร เพื่อนำมาตัดเป็นโครงยึดทุ่นลอยน้ำไว้กับมอเตอร์ไซค์
          3. แผ่นอลูมิเนียมขนาด 9*9 เซนติเมตร จำนวน 2 ใบขึ้นไปขึ้นอยู่กับขนาดของล้อ สำหรับติดเป็นใบพัดที่ตัวล้อ เพื่อทำให้สามารถวิ่งในน้ำได้
          4. ท่อพลาสติก ต่อท่อไอเสียให้ยาวออก ป้องกันไม่ให้น้ำเข้า จนเครื่องยนต์ทำงานไม่ได้


          เมื่อสรรหาอุปกรณ์มาครบแล้ว ก็เข้าสู่วิธีการทำ
          1. ก่อนอื่นเลยก็ต้องต่อทุ่นก่อน โดยนำเหล็กที่ซื้อมา นำมาประกอบกับทุ่นจนได้ดังรูป
          2. จากนั้นก็เอาทุ่นที่ประกอบเสร็จแล้วมาต่อกับมอเตอร์ไซค์
          3. แล้วก็ติดใบพัดที่ซี่ล้อ จำนวนตามขนาดล้อรถ และนำท่อพลาสติกต่อท่อไอเสียเพิ่ม

          เพียงเท่านี้ เราก็จะได้มอเตอร์ไซค์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไว้ใช้ในยามที่น้ำท่วมแล้ว



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม ด้วยชุดทำน้ำประปาแบบพกพา

        วิธีแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม ด้วยชุดทำน้ำประปาแบบพกพา
           ขอนำบทความวิธีแก้ปัญหาน้ำดื่ม ซึ่งในภาวะน้ำท่วมเช่นนี้เรื่องน้ำดื่มสำคัญมากๆ นี่คือวิธีแก้ปัญหาน้ำดื่มจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม ด้วยชุดทำน้ำประปาแบบพกพา (องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)          "คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลิตชุดทำน้ำประปาแบบพกพาเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ใช้บริโภค และคิดค้นเครื่องตรวจวัด กระแสไฟฟ้าเพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบการรั่วของไฟฟ้า 
          หลักการของชุดทำน้ำประปาแบบพกพา ประกอบไปด้วยสามวิธีการง่าย ๆ คือ ขั้นแรก นำน้ำที่ต้องการบริโภคมาผ่านการตกตะกอนเอาพวกสารแขวนลอยออก โดยใช้สารอะลูมิเนียมคลอโรไฮเดรตที่มีหลักการทำงานคล้ายกับสารส้ม แต่จะสามารถจับตะกอนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่า จากนั้นคือการหยดคลอรีนลงในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค และขั้นตอนสุดท้ายคือ การนำน้ำมาผ่านอุปกรณ์กรองน้ำที่มีถ่านกำมันสำหรับกรองดูดสีดูดกลิ่นให้น้ำสะอาดมากยิ่งขึ้น

          น้ำที่ผ่านการกรองตามขั้นตอนดังกล่าวสามารถนำมาใช้บริโภคได้โดยขึ้นอยู่กับความสะอาดของแหล่งน้ำที่นำมาใช้ตอนแรก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงแนะนำให้ต้มน้ำให้เดือดเสียก่อน ทั้งนี้ในชุดอุปกรณ์จะมีเชื้อเพลิงสำหรับต้มน้ำได้ประมาณครึ่งชั่วโมงแพ็คมาด้วย ชุดทำน้ำประปาแบบพกพา 1 ชุดนี้สามารถใช้กรองน้ำได้ประมาณ 500 ลิตร


          นอกจากนี้ยังมีเครื่องตรวจกระแสไฟฟ้าในน้ำ ที่ทางคณะฯ กำลังเร่งผลิตอยู่โดยใช้ หลักการของความต่างศักย์ระหว่างสองขั้วของปลายอุปกรณ์ เพื่อวัดกระแสไฟฟ้าในน้ำและยังสามารถหาตำแหน่งที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลได้อีกด้วย


          ขณะนี้ทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีเครื่องกรองน้ำเตรียมพร้อมสำหรับแจกจ่ายประมาณ 1,200 ชุด และเชื้อเพลิงอีกประมาณ 500 ชุด ในส่วนของชุดอุปกรณ์ตรวจกระแสไฟฟ้าในน้ำอยู่ในระหว่างการผลิตซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าภายในวันอังคารนี้ ( 1 พฤศจิกายน) จะได้ประมาณ 1,000 ชุด"










          ดาวน์โหลดคู่มือการใช้ชุดผลิตน้ำแบบพกพาได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีป้องกันไฟช็อตด้วย ไม้เช็คไฟรั่ว

วิธีป้องกันไฟช็อตด้วย ไม้เช็คไฟรั่ว
    
       เรื่องไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต เป็นปัญหามากในสถานการณ์น้ำท่วมเช่นนี้ ไม่ว่ากับตัวผู้ประสบภัยเองหรือผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ตอนนี้จึงได้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการประดิษฐ์สิ่งนี้ เรียกว่า ไม้เช็คไฟรั่ว ซึ่งเป็นฝีมืออาสาชาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเปิดแฟนเพจ "ไม้เช็คไฟรั่ว" เพื่อแจกฟรีให้กับประชาชนที่ต้องการใช้เพื่อความปลอดภัย ซึ่งทางกลุ่มได้ประกาศเจตนารมณ์ว่า          "พวกเราคงต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพจ ไม้เช็คไฟรั่ว นี้ จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้คนไทยอยู่กับน้ำได้อย่างปลอดภัย"

          "ตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 400 ราย ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมาก สาเหตุของการเสียชีวิตนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถูกไฟฟ้าช็อต ซึ่ง ไม้เช็คไฟรั่ว นี้เองสามารถช่วยชีวิตคนได้มากมาย ทั้งพี่ทหาร หน่วยกู้ภัย และผู้ประสบภัย เพียงแต่นำไม้นี้นำทางไปเวลาลุยน้ำท่วม เราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าที่ไหนในรัศมี 2 เมตรมีไฟฟ้ารั่วอยู่บ้าง เป็นการป้องกันไฟฟ้าดูดได้ 100% ค่ะ"

          "ในขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้มีการทำและแจกจ่าย ไม้เช็คไฟรั่ว ไปแล้วกว่า 1,300 ชิ้น แต่เนื่องจากกำลังคนที่น้อยและทุนทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ละวันผลิตได้เพียง 300 ชิ้น ในขณะที่มีผู้เดือดร้อนติดต่อขอเข้ามาวันละ 600 ชิ้นขึ้นไป ทางทีมงานจึงต้องเร่งระดมทุนและกำลังคน เพื่อมีเป้าหมายในการผลิต ไม้เช็คไฟรั่ว ให้ได้ 5,000 ชิ้น ภายในเวลาเร็วที่สุด เพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับพี่ทหาร หน่วยกู้ภัย และผู้ประสบภัย ซึ่ง ไม้เช็คไฟรั่ว ทั้งหมดนี้จะสามารถช่วยคนได้นับหมื่น"

          "เรามาช่วยกันเถิดนะคะทุกคน ใครมีกำลังทรัพย์ก็ช่วยบริจาค ใครว่างก็อาสามาช่วยกันทำ หรือใครรู้จักโรงงานวัตถุดิบที่จำเป็นก็ติดต่อเข้ามาบริจาคได้ค่ะ…..เราเชื่อว่า น้ำใจคนไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก…มาช่วยกันนะคะ"

          ซึ่งหากใครอยากช่วยเหลือร่วมจัดทำ "ไม้เช็คไฟรั่ว" ก็สามารถไปช่วยทำกันได้ที่ ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-470-9999

         
"และหากครอบครัวใด ต้องการขอรับ "ไม้เช็คไฟรั่ว" ฟรี ก็สามารถติดต่อได้ที่ 02-470-9999 ได้เช่นกัน เพียงแจ้งชื่อ-นามสกุล, เขตที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับไว้ หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะจัดอันดับว่าเขตไหนที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า หรือใครที่อยู่ในพื้นที่ที่เดือดร้อนมากควรได้รับของก่อน (เนื่องจากปริมาณการผลิตยังอยู่ในจำนวนที่ค่อนข้างน้อย) และจะส่ง SMS แจ้งผู้เดือดร้อนให้มารับไม้เช็คไฟรั่วได้ตั้งแต่วันไหนถึงเมื่อใดค่ะ"

ขอบคุณข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบโดย เฟซบุ๊ก ไม้เช็คไฟรั่ว

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ ในช่วงน้ำท่วม

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ ในช่วงน้ำท่วม
         ในสภาวะน้ำท่วมเช่นนี้สิ่งสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆอีกอย่างนั่นคือ เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์สือสารอื่นๆ สิ่งจำเป็นมากในการขอความช่วยเหลือ หรือสำหรับผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่สิ่งเหล่านี้จะไร้ประโยชน์ถ้าหากแบตเตอรี่หมด มีบทความดีๆวิธีในการช่วยประหยัดแบตเตอรี่เหล่านั้น


          ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดแบตอุปกรณ์สื่อสารให้ใช้ได้นานสำหรับสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ทางเว็บไซต์ it24hrs.com จึงมีวิธีการง่าย ๆ ในการประหยัดแบตมาแนะนำกันค่ะ
วิธีการประหยัดแบตเตอรี่บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต



          1.ปิด Bluetooth ทันทีหากยังไม่ใช้ หูฟังไร้สาย หรือโอนไฟล์แบบไร้สายกับชาวบ้าน


          2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง หากคุณอยู่ศูนย์อพยพและไม่ไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจะย้ายไปอีกที่หนึ่งค่อยเปิด Wireless Network ก็ได้





          3. ปิด GPS ได้เลยกรณีไม่ใช้ เพราะถ้าเปิดไว้จะกินพลังงานมาก ๆ จะเปิดไว้เฉพาะยามจำเป็นในการเดินทางเท่านั้น


          4. ยกเลิก Always-On Mobile Data สำหรับ Android ถ้าคุณไม่ค่อยใช้แอพที่ต่อเน็ตตลอดเวลา (แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ ก็ไม่ต้องปิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ลืมปิดได้ยิ่งดี)




          5. ปิด Wi-Fi และ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน 3G กรณีคุณไม่ใช้เน็ต หากคุณต้องการใช้เน็ตจริง ๆ ถ้ามีสัญญาณ Wi-FI ก็เปิดแต่ Wi-Fi ไม่ต้องเปิด Wi-Fi และ 3G พร้อมกัน โดยการเปิดรับสัญญาณ Wi-Fi นั้นจะกินพลังงานแบตน้อยกว่าแบบ 3G


          6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้พอสมควรทีเดียว





          7. ตั้งค่าความสว่างให้แสงสว่างในมือถือน้อยลง หากมีโหมดอัตโนมัติก็ควรเลือกตั้งแบบอัตโนมัติ


          8. หากคุณใช้จอแสดงผลแบบ Amoled บนมือถือและแท็บเล็ทละก็ ควรเลือก Wallpaper เป็นสีดำ จะช่วยประหยัดแบตได้มากขึ้นเพราะจะทำให้มือถือของคุณจะต้องดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา หากมีเยอะก็ทำให้กินพลังงานแบตเยอะพอสมควร







          9. สำหรับมือถือ Android , Nokia ที่มี Widget และรวมทั้ง Wallpaper แบบเคลื่อนไหว ควรเลือกแบบภาพนิ่งจะดีกว่า และลดการใช้ Widget ประดับหน้าจอ


          10. ใช้ Task Manager คอยปิดโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา ด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ทนี้ทำงานแบบ Multitasking การเปิดแอพฯค้างไว้ในเครื่องหลายๆ ตัวโดยไม่ปิด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็วได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณไม่ใช้แอพนั้นแล้วควรปิดการทำงานด้วย




          11. ปิดคุณสมบัติการ push e-mail และปิดระบบการแจ้งเตือน เพราะในกรณีทีมีแอพฯหลายตัวอยู่ใน notification แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้มากตามไปด้วย ระบบจะต้องมีการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi, 3G, Edge, etc.) ไปยังเว็บไซต์ของแอพฯ เหล่านั้นตลอด


          12. อัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ให้สม่ำเสมอ เพราะการอัพเดททุกครั้ง มักจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ให้ดีขึ้นด้วย


          13.  เตรียมชาร์ททั้งแบตหลักและชาร์ทแบตสำรองด้วย หากแบตหมดก็เปลี่ยนมาใช้แบตสำรองมาใช้ต่อได้เลย





          14. ใช้ที่ชาร์ทแบบพกพา มีทั้งที่ชาร์ทมือถือแบบ Mobile Booster ที่เก็บพลังงานสำรองจากไฟที่ชาร์ทกับไฟบ้านมาใช้ต่อกับมือถือได้ และที่ชาร์ทมือถือ iPhone แบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วย






          15. ที่ชาร์ทมือถือแบบรถยนต์ ถ้ามีก็เตรียมไว้ หากที่พักไม่มีที่ชาร์ทก็สามารถชาร์ทได้บนรถยนต์ที่มีพลังงานแบตเตอร์รี่ซึ่งใช้ได้ยาวนานอยู่


          16. การชาร์ทแต่ละครั้งควรชาร์ทให้เต็ม และตอนใช้มือถือและแท็บเล็ทก็ควรใช้อย่างประหยัดและจำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษาระดับพลังงานในแบตให้สูงสามารถใช้งานได้นานหลายวันในยามไม่มีไฟ


          ...เอาล่ะค่ะ เราก็ได้รู้วิธีการประหยัดแบตอุปกรณ์สื่อสารกันไปแล้ว เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันนะคะ จะได้ใช้แบตกันได้นานยิ่งขึ้น และหมดกังวลหากจำเป็นต้องใช้ในยามฉุกเฉินไงล่ะคะ...





คลิป วิธีประหยัดแบตมือถือและแท็บเล็ต ในช่วงน้ำท่วม จากรายการ ไอที 24 ชั่วโมง

ขอขอบคุณข้อมูลจากและภาพประกอบจาก it24hrs.com, youtube.com โพสต์โดย panraphee

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กางเกงแก้ว ป้องกันโรคจากน้ำท่วม

กางเกงแก้ว ป้องกันโรคจากน้ำท่วม

นี้คือสิ่งประดิฐ์ที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากในภาวะที่ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ และไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำอีกนานเท่าไหร่
          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) ได้ประดิษฐ์คิดค้น "กางเกงแก้ว" (Magic pants) ขึ้น โดยลักษณะของกางเกงแก้วนี้ คือ เป็นกางเกงที่มีขนาดใหญ่ สวมใส่ได้จากเอวถึงอก ช่วยป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ที่มาจากน้ำท่วม เช่น โรคเท้าเปื่อยหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆได้ ทั้งยังมีราคาถูก สะดวก สามารถบรรจุในหีบห่อขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเบา

          ส่วนวิธีใช้ก็เพียงแค่สวมใส่เหมือนกางเกง แล้วไล่ลมจากเท้าขึ้นมาถึงเอวโดยให้กางเกงแนบเนื้อ จากนั้นก็ใช้สายรัดเอวผูกให้กระชับกับเอว โดยกางเกงควรใช้ร่วมกันกับรองเท้าบู๊ท เมื่อใช้เสร็จแล้วเพียงผึ่งแดดให้แห้ง ก็จะสามารถนำกางเกงกลับมาใช้ใหม่ได้

          อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังในการใช้กางเกงแก้วก็มีอยู่บ้าง คือ ต้องใช้กางเกงแก้วร่วมกับรองเท้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าบู๊ต รองเท้ายาง หรือรองเท้าแตะ แต่หากสวมใส่กางเกงแก้วกับรองเท้าแตะ ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเดินในโคลนตม เพราะจะทำให้ยกเท้าไม่ขึ้น ส่งผลให้กางเกงแก้วฉีกขาดได้ และที่สำคัญคือ เมื่อต้องการนำกางเกงแก้วมาใช้ใหม่ ควรแน่ใจว่ากางเกงไม่มีรอยรั่วซึมใด ๆ เพราะหากกางเกงมีรอยรั่วแล้ว กางเกงก็จะหมดสภาพไปในทันที

          ทั้งนี้ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดส่งกางเกงแก้วจำนวน 1,000 ตัว ให้ทางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วมด้วย
          อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกางเกงแก้วแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือการพยายามหลีกเลี่ยงน้ำสกปรกให้ได้มากที่สุด แต่หากจำเป็นต้องลุยน้ำจริง ๆ ก็ควรแน่ใจว่า เครื่องแต่งกายที่มีอยู่เตรียมพร้อมสำหรับลุยน้ำท่วม เพื่อที่จะไม่ต้องมาติดโรคในภายหลังนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การเตรียมตัวเพื่ออพยพหนีน้ำท่วม

การเตรียมตัวเพื่ออพยพหนีน้ำท่วม
หลายๆพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมมากจนถึงขั้นต้องมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ไปอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ซึ่งผู้ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรมีการเตรียมการอพยพสำหรับตัวเองให้ดีพอ ซึ่งมีข้อแนะนำจาก ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในการเตรียมตัวเพื่อการอพยพดังนี้        
           1. เตรียมแผนอพยพให้ดี ว่าจะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร  และจะขอความร่วมมือหรือความช่วยเหลือจากใครบ้าง

          2. จัดเตรียมกระเป๋าใส่ของที่ต้องติดตัวไป โดยเตรียมกระเป๋าแบบที่เคยเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ส่วนจำนวนมากหรือน้อยชิ้นก็ขึ้นกับว่าเราตั้งใจจะไปพำนักนอกบ้านกี่วัน  และหากถ้าต้องไปอยู่ที่ศูนย์อพยพก็ต้องเตรียมตัวมากขึ้นกว่าเดิม เช่น ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย วิทยุเล็กๆ พัดลม เสื่อ หมอน ฯลฯ

          3. หมั่นออกไปสำรวจบริเวณใกล้บ้าน โดยมุ่งไปทางทิศเหนือเป็นหลัก เพื่อดูว่าน้ำใกล้จะมาถึงบ้านแล้วหรือยัง ควรใช้เวลาอีกกี่วันถึง โดยดูจากข้อมูลย้อนหลังไป 3-4 วันว่าน้ำวิ่งในบริเวณนั้นเร็วเท่าใด คือ ถ้าพื้นราบน้ำวิ่งช้า แต่ถ้าพื้นที่มีความลาดชันน้ำจะวิ่งเร็ว

          4. ยกเตาแก๊สและตู้เย็นซึ่งมักอยู่ที่ห้องครัวชั้นล่างขึ้นบนที่สูง โดยเลิกหุงหาอาหารในช่วงนี้ ให้ซื้อของกินจากข้างนอกจะสะดวกกว่า

          5. หากเป็นครัวแบบติดตั้งในที่ แบบที่เรียกว่า "บิลท์อิน" ก็ให้ถอดบานประตูและลิ้นชักไม้ขึ้นเก็บบนที่สูง ซึ่งก็เป็นเพียงแค่การเผื่อว่าตัวโครงไม้ยังอยู่ดีเมื่อเรากลับมา แต่ถ้าท่วมนานจนโครงบิดหรือเสียรูป แบบนี้ก็ต้องทำใจและไปหาซื้อมาติดตั้งใหม่

          6. หากมีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขตัวผู้ ต้องหากรงไว้ใช้ในการขนย้าย หรือเอาไว้ใช้ในกรณีที่ที่จะไปพักมีสุนัขเจ้าของพื้นที่อยู่  สุนัขตัวผู้แปลกหน้าสองตัวเจอกันก็มักมีปัญหาได้เสมอ แต่ถ้ายุ่งยากก็อาจไปซื้อกรงเอาข้างหน้า และอย่าลืมโซ่จูง จานอาหาร และถุงอาหาร  ยกเว้นจะไปซื้อใหม่เอาดาบหน้าเช่นกัน

          7. หากได้ติดเทปกันน้ำเข้าไว้ที่ประตูเข้าตัวบ้านโดยเฉพาะประตูกระจก ก็ควรแกะออกเสียเพื่อยอมให้น้ำเข้าบ้านได้บ้างเพราะเราไม่ได้อยู่บ้านคอยดูแลระดับน้ำ ซึ่งหากความลึกน้ำต่างกันมากจะทำให้ส้วมระเบิด พื้นทะลุ หรือกระจกแตกได้ ทั้งนี้ อันกระจกนี้เป็นที่รู้กันในวงการช่างว่ารับแรงบิดไม่ได้ แม้บิดเพียงเล็กน้อยก็ไม่ได้

          8. เอาถุงทราย (ถ้ามี) กดทับเพื่ออุดรูส้วม และหัวตะแกรงระบายน้ำ รวมทั้งหัวดูดส้วม (ที่เป็นทองเหลืองเป็นรูปวงกลม ขนาดประมาณ 4 นิ้วหรือ 10 เซนติเมตร) เพื่อมิให้ของเสียจากส้วมดันทะลุเข้ามาที่ห้องน้ำ เวลาเรากลับมาจะได้ทำความสะอาดบ้านได้ง่ายหน่อย

          9. ตัดไฟชั้นล่างออกหมด แล้วเปิดไฟแสงสว่างบางดวงไว้ที่ชั้นบนบ้าง เอาไว้ขู่หรือหลอกขโมยว่ายังมีคนอยู่บ้าน ยิ่งถ้ามีอุปกรณ์ตั้งเวลา (timer) มาใช้บังคับให้ปิดเปิดดวงไฟเป็นเวลา เช่น ช่วง 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน และตีหนึ่งถึงตีสี่ ฯลฯ ก็ยิ่งดี เพราะมันดูเหมือนมีคนมาเปิดปิดไฟ แทนที่จะเปิดนิ่งอยู่อย่างนั้นตลอด 24 ชั่วโมง

          10. ตัดเครื่องสูบน้ำที่ชั้นล่าง (ถ้ามี) แล้วยกขึ้นชั้นบน หรือขนขึ้นรถไปด้วย ขโมยถ้ามันมาจริงจะได้เอาไปไม่ได้ เอาไว้เวลากลับมาจะได้เอามาต่อเข้ากับท่อแล้วใช้สูบน้ำมาล้างบ้าน หากปล่อยทิ้งปั๊มไว้ให้น้ำท่วมเวลากลับมาจะยังใช้ปั๊มไม่ได้จนกว่ามันจะแห้งสนิท ซึ่งใช้เวลาอีกเป็นอาทิตย์ ซึ่งจะไม่สะดวกเลย

          11. ปิดวาล์วมิเตอร์ประปาหน้าบ้าน

          12. จดเบอร์โทรศัพท์คนข้างบ้าน เอาไว้โทรติดต่อประสานงานกัน หรือช่วยดูแลบ้านกันและกัน

          13. ขอให้คนข้างบ้านที่อาจยังไม่ย้ายออก ให้เก็บหนังสือพิมพ์และไปรษณีย์อื่น ๆ ที่มาส่งที่บ้านด้วย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ขโมยจะรู้ว่าไม่มีคนอยู่บ้าน

          14. อย่าลืมบัตรประชาชน บัตรประกัน บัตรโรงพยาบาล บัตรเครดิต ฯลฯ

          15. ห้ามลืมโทรศัพท์มือถือและแท่นชาร์จแบตเตอรี่ เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในยุคปัจจุบัน

          16. หากจะไปอยู่นาน ก็อาจแถมท้ายด้วยการพกเอาโน้ตบุ๊กหรือไอแพดไปด้วย หรือจะให้สุนทรีย์กว่านั้นก็เอาแผ่นดีวีดีไปด้วย เอาไว้คลายเครียด

          17. ขอแนะนำว่าให้ล็อกเฉพาะประตูเข้าบ้าน  ส่วนประตูห้องในบ้าน ตู้ ลิ้นชัก ฯลฯ ไม่ควรล็อก เพราะเวลาขโมยเข้าบ้านเขาก็จะงัดและแงะอยู่ดี เฟอร์นิเจอร์พวกนี้ก็จะเสีย และเราต้องเสียเวลาและเงินมาซ่อมอีกทีในภายหลัง สู้เปิดให้มันขโมยได้จะ ๆ ไปเลยดีกว่า แต่นั่นหมายถึงว่าเราต้องเอาของมีค่าไปเก็บที่อื่นไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ของมีค่าพวกนี้มีตั้งแต่เพชรพลอย ทองคำ  เงินสด โฉนด พาสปอร์ต ปริญญาบัตร ทะเบียนบ้าน ฯลฯ
         

ขอขอบคุณข้อมูลจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

แพจากถังพีวีซีใช้แทนเรือ แนวคิดดีๆ ต้นทุนต่ำ ทำง่าย

แพจากถังพีวีซีใช้แทนเรือ แนวคิดดีๆ ต้นทุนต่ำ ทำง่าย (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม)
การทำแพน่าจะเป็นวิธีช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดีน่าจะมีไว้ประจำทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นถังหรือไม้หรือสิ่งที่ลอยน้ำได้อื่นๆ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ







           "แพจากถังพีวีซี" แนวคิดดี ๆ ในช่วงน้ำท่วมที่เรือราคาแพงยิ่งกว่าทอง นำโดยอาจารย์ ดร.พัชรศักดิ์  อาลัย  และนักศึกษาโปรแกรมวิชาวิศวกรรมโยธา ได้ดำเนินการประกอบแพจากถังพีวีซีต้นแบบและนำไปมอบให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลหินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม ในวันที่ 28  ต.ค. 2554 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ขาดแคลนเรือในการสัญจร และขนย้ายสิ่งของ เนื่องจากในช่วงนี้เรือมีราคาสูงมาก ประชาชนบางส่วนไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะซื้อหรือจ้างเรือในการขนย้ายสิ่งของต่างๆ 
           สำหรับแพจากถังพีวีซีนี้นอกจากจะใช้ต้นทุนต่ำและทำง่าย เหมาะแก่การนำมาใช้ในภาวะน้ำท่วมเพราะแพจากถังพีวีซีสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 6- 7 คน หรือขนสิ่งของนำหนักไม่ต่ำกว่า 400 กิโลกรัม โดยวัสดุที่ใช้ก็หาได้ง่าย สามารถขยายขนาดแพให้เล็กใหญ่ตามต้องการ ซึ่งแพจากถังพีวีซีต้นแบบนี้เป็นแพขนาดเล็ก ใช้ถังพีวีซี 4 ใบ โดยแบ่งถังพีวีซีเป็นฐานสำหรับลอยน้ำฝั่งละ 2 ใบ มัดตรึงให้แน่นด้วยเชือกเส้นใหญ่กับไม้แบบที่เจาะขันน็อตเพื่อความแข็งแรงสำหรับครอบถังพีวีซีทั้ง 2 ฝั่ง และวางพื้นด้วยไม้อัดดอกตะปูให้แน่น ทำรั้วล้อมรอบแพเพื่อความปลอดภัย เป็นอันเสร็จสิ้นและได้แพจากถังพีวีซีที่สามารถขนได้ทั้งคนและของ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม